ทอมัส เอดิสัน

ประวัติของทอมัส เอดิสัน

        ทอมัส เอดิสัน ชื่อเต็มของเขาผู้นี้คือ ทอมัส แอลวา เอดิสัน ( Thomas Alva Edison ) เป็นนักประดิษฐ์และยังเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่เขามีฉายาว่า พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มนำหลักการของ การผลิตจำนวนมาก และ กระบวนการประดิษฐ์ มาประยุกต์รวมกัน จนเกิดธุรกิจที่ส่งอิทธิพลให้โลกนี้นั่นเอง

058 - ทอมัส เอดิสัน พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก ผู้คิดค้นหลากหลายนวัตกรรม
ทอมัส แอลวา เอดิสัน

หลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นบุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่คิดค้นหลอดไฟ และสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้ เขาถึงได้ฉายาว่า พ่อมดแห่งเมนโลพาร์กยังไงล่ะ และยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก และเขายังเป็นผู้คิดค้นเก้าอี้ไฟฟ้าสำหรับประหารชีวิตนักโทษอีกด้วย

     เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847 เป็นลูกชายคนที่ 7 ของครอบครัว เป็นลูกคนสุดท้อง และเป็นคนเชื้อสายดัตช์ ตอนเขายังเป็นเด็ก เขาเรียนโรงเรียนในโบสถ์ มีนักเรียน 48 คน มีคุณครู 2 คน เป็นโบสถ์เล็ก ๆ นิสัยของเขาตั้งแต่เด็กนั้น ก็มีนิสัยสนใจสิ่งรอบตัว ช่างสังเกต และไม่ค่อยมีแนวคิดหรือรักเรียนแบบเด็กเรียนทั่วไป แต่จะตั้งคำถามแบบที่นักเรียนทั่วไปสงสัยกัน จะเป็นเรื่องนอกตำราเสียส่วนใหญ่  และในยุคสมัยนั้นเขาก็ถูกมองว่าไม่สนใจการเรียน เมื่อแม่ของเขาทราบเรื่อง จึงได้สอนเขาที่บ้านแทน ทั้ง ๆ ที่เขากำลังเรียนได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น และเขาก็มีความชอบในการอ่านหนังสือนอกเวลาเกี่ยวกับการทดลองวิทยาศาสตร์ และทั้งพ่อและแม่ ก็ยังได้สร้างชั้นใต้ดิน ให้เขาได้ทำการทดลองใหม่ ๆ ในหนังสืออีกด้วย

      ทุกท่านรู้ไหมคะว่า เขาผู้นี้มีปัญหาเรื่องการได้ยินจากการป่วยเป็นไข้ดำแดงในตอนยังเป็นเด็ก และยังมีเหตุการณ์ร้าย ๆ บนรถไฟ ทำให้หูของเขาใช้การไม่ได้อีกด้วย แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้ความสามารถของเขาด้อยค่าลงไปเลยค่ะ เพราะเขาก็ยังคงได้เริ่มธุรกิจต่อไป ผ่าร้อนผ่านหนาวมามากมาย จนใครอาจคาดไม่ถึงว่า คน ๆ หนึ่ง ต้องเจอกับอะไรมากมายเพียงนี้เชียวหรือ ! และเขาก็ได้พิมพ์หนังสือพิมพ์ในชื่อ แกรนด์ทรังก์เฮรัลด์ ด้วยความช่วยเหลือจากพนักงานอีก 4 คน โดยขายพร้อมสำนักพิมพ์อื่น และนี่คือจุดเริ่มธุรกิจของเขานั่นเอง จนสุดท้ายแล้ว เขาก็ได้มีบริษัทที่ดูแล มากถึง 14 บริษัท รวมไปถึง เจเนอรัลอิเล็กทริก บริษัทมหาชนด้านไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลกอีกด้วย และเขาผู้นี้ก็ยังคงผลักดันให้มีระบบกระแสไฟฟ้าโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของเหล่าพนักงานอีกด้วย

      และแน่นอนว่า ผลงานของเขาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ค่ะ ยังมีอีกเยอะแยะมากมาย โดยวันนี้แอดมินจะยกตัวอย่างผลงานเด่น ๆ ของเขาให้ทุกท่านทราบกันค่ะ

ผลงานของทอมัส เอดิสัน

1. ค.ศ. 1869 เขาเดินทางไปยังนิวยอร์ก และเปิดบริษัทวิศวกรไฟฟ้าขึ้น และยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอีกด้วย

2. ค.ศ. 1871 ได้สร้างอาคารซึ่งเปิดเป็นโรงงานและศูนย์วิจัยในตัวขึ้นและในปีนั้น เขาพบรักและแต่งงานกับ แมรี สติลเวลล์ ผู้มีอายุน้อยกว่าเขาถึง 8 ปี และ ในปีนั้น แม่ของเขาได้เสียชีวิตลงในวัย 61 ปี

3. ค.ศ. 1876 สร้างอาคารโรงงานและศูนย์วิจัยใหม่ที่เมนโลพาร์กที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ และได้เริ่มลงมือประดิษฐ์โทรศัพท์

4. ค.ศ. 1877 เขาได้ประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงขึ้น และฉายา พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก ก็ได้มาจากการที่เขาประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงนี้

6 . ค.ศ. 1879 ประดิษฐ์หลอดไฟไส้คาร์บอนสำเร็จ และเริ่มออกแบบสวิตช์เปิด-ปิดหลอดไฟให้ติดตั้งในบ้านเรือนได้ง่าย ทำให้เกิดหลอดไฟที่เราใช้จนถึงทุกวันนี้

7. ค.ศ. 1880 เริ่มเกิดการเปลี่ยนส่วนประกอบ เปลี่ยนไส้หลอดไฟจากคาร์บอนเป็นไม่ไผ่ทำให้ส่องสว่างได้นานถึง 900 ชั่วโมง

8. ค.ศ. 1898 เริ่มประดิษฐ์แบตเตอรี่ และประดิษฐ์สำเร็จใน ค.ศ. 1909ใช้เวลานานถึง 11 ปี

9. ค.ศ. 1912 เกิดการใช้เครื่องถ่ายภาพตัดต่อและเครื่องบันทึกเสียงพร้อมกัน ทำให้เกิดเป็นภาพยนตร์ ที่มีทั้งภาพและเสียง และก็ทำให้เรามีหนัง มีอะไรให้ดูจนถึงทุกวันนี้

รวมผลงานทั้งหมดของเขานั้น ก็มีด้วยกันถึง 1183 ชิ้น แต่แอดมินต้องขอบอกก่อนว่า ผลงานทั้งหลายนี้ เขาไม่ได้เป็นคนริเริ่มตั้งแต่แรกคนเดียว แต่เป็นการต่อยอดโปรเจ็คต่าง ๆ ที่พนักงานเขาได้เสนอแนะไว้ให้ จนบางครั้งก็เกิดการวิพาก์วิจารณ์ต่าง ๆ ว่า สมควรหรือที่ไม่ให้เครดิตคนริเริ่มโปรเจ็ค และชีวิตของเขาก็ได้ผ่านแต่งงานถึงสองครั้ง โดยครั้งที่2นี้เขาก็ได้มีลูกทั้งหมด 6 คน และได้เสียชีวิตในวัย 84 ปี วันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1931 ที่รัฐเวสต์ออเรนจ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์

การจะสร้างสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนชีวิตผู้คน จนเกิดฉายาว่าพ่อมดแห่งเมนโลพาร์กนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะเขาต้องผ่านมาด้วยความยากลำบาก แต่เขาก็ได้คนรอบข้างที่หวังดีต่อเขาและความมีหัวเกี่ยวกับธุรกิจ ก็ส่งผลทำให้เขาเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ

อ่านเพิ่มเติม ateneunaturalista.org

เครดิต เว็บบันเทิง